เดอะ บลู สกาย รีสอร์ท แอท เขาค้อ

“365 Cool English Valle” คูลได้ทุกฤดูตลอดทั้งปี

วลีฮิตที่คนไทยมักคุ้นหูที่ว่า “หนาวนี้ที่เขาค้อ” ใช้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เพราะในความเป็นจริงแล้วเราสามารถเที่ยว “เขาค้อ” ได้ในทุกฤดูกาล และความสวยงามของ “เขาค้อ” ก็มีอยู่ในทุกฤดูกาลอย่างแท้จริง

อยู่ที่ว่าเราชอบบรรยากาสการพักผ่อนแบบไหนมากกว่า ถ้าชอบความเขียวขจี อากาศเย็นสบายก็เที่ยวได้ในฤดูฝน หรือหากชอบอากาศที่หนาวเย็นก็สามารถเที่ยวได้ในฤดูหนาว

เพราะไม่ว่าจะเที่ยวเขาค้อในช่วงเวลาไหน ก็จะได้สัมผัสอากาสเย็นตลอดทั้งปี คงวามอุดมสมบูรณ์ของต้นไม้ รับรองได้ว่าเมื่อได้มาสัมผัสเขาค้อต่อมรับความสุขทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยแน่นอน

“เดอะ บลู สกาย รีสอร์ท แอท เขาค้อ” เป็นรีอสอร์ทน้องใหม่ตั้งอยู่ในจุดที่ “สวยที่สุด” ของเขาค้อ ที่พร้อมนำเสนอประสบการณ์ใหม่ในการท่องเที่ยวของเขาค้อที่จะทำให้ทุกคนที่มาเยือนประทับใจแบบไม่รู้ลืม

เพื่อให้เกิดความแตกต่างและสามารถดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวมาที่เขาค้อได้จึงต้องทำในรูปแบบที่แตกต่างและมีความชัดเจนในตลาด

“เดอะ บลู สกาย รีสอร์ท แอท เขาค้อ” จึงถูกออกแบบและตกแต่งเป็นสไตล์ บ้านแสนรักในชนบทของอังกฤษ หรือที่เรียกว่า English Country ให้บรรยากาศสงบ เป็นผู้ดี และเหมาะกับการพักผ่อนอย่างแท้จริง

ห้องพักทุกห้องถูกตกแต่งอย่างหรูหราและสะดวกสบายสไตล์วินเทจ (Vintage) ถือได้ว่าเป็นรีสอร์ทแนวใหม่ทีมีเอกลักษณ์ชัดเจนแห่งหนึ่งในเขาค้อ โดยมีห้องมีทั้งหมด 28 ห้อง แบ่งออกเป็น 3 ตึก ประกอบด้วย ตึก English 1 จำนวน 10 ห้อง ตึก English 2 จำนวน 8 ห้อง และตึก English 3 จำนวน 10 ห้อง ชั้นบนจะตกแต่งภายในสีเหลืองหวานๆ (Diva Blossom) ให้ความโรแมนติคแบบที่สาวๆชอบ ส่วนชั้นล่างตกแต่งภายในสีฟ้าแนวบ้านชนบท (Country Lover) ที่ถูกใจทั้งชายหนุ่มและหญิงสาว

นอกจากนี้ ห้องพักยังแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ ห้องสวีท (Suite) ราคา 6,000 บาทต่อคืน และห้องดีลักช์ (Deluxe) ราคา 5,000 บาทต่อคืน ห้องสวีทจะราคาสูงกว่าแต่จะพิเศษกว่า เนื่องจากเป็นห้องหัวมุมที่บางห้องมีห้องใต้หลังคาน่ารักๆ หรือบางห้องมีระเบียบขนาดใหญ่พิเศษ ให้ผู้ที่มาพักได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพภายนอกได้อย่างเต็มที่

วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ เครื่องประดับ ตกแต่งสวนและบริเวณทั้งหมด เสมือนบ้านสไตล์อังกฤษ มีเอกลักษณ์ ว่าต้องมีน้ำพุ ฝูงเป็ด หญ้า ถนนกรวดและทางเดินหินพันก้อน

ที่สำคัญมีหมอนมากกมายไว้บริการในห้องพัก จนกลายเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของที่นี่ไปแล้ว

นอกเหนือจากความโดดเด่นด้านการตกแต่งแล้ว บรรยากาศภายนอกยังมีจุดเด่นที่มีทุ่มดอกไม้สีม่วงคราวยาวสุดตา หรือเรียกว่าต้น “บลู ซัลเวีย” (Blue Salvia) ซึ่งเป็นดอกไม้ที่มีสีสันคล้ายดอกลาเวนเดอร์ แต่สามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี ดังนั้นไม่ว่าลูกค้าจะมาฤดูกาลใดดอกบลู ซัลเวียก็จะบานต้อนรับผู้มาเยือนเต็มท้องทุ่งเสม

อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยในชนบทของอังกฤษคือ “หญ้าน้ำพุ” เพราะทำให้เกิดความอ่อนช้อย ซึ่งได้ปลูกไว้ริมทางเดิน ทุกครั้งที่เดินออกมานอกห้องก็จะได้บรรยากาศเหมือนเดินอยู่ในทุ่งดอกหญ้าที่สุดแสนจะโรแมนติค

“เดอะ บลู สกาย รีสอร์ท แอท เขาค้อ” จึงถือเป็นประสบการณ์ใหม่ในการท่องเที่ยวเขาค้อที่จะทำให้ทุกคนประทับใจและคูลได้ตลอดทั้งปีตามคอนเซ็ปต์ “365 Cool English Valle” อย่างแท้จริง

เรียกว่าไม่ต้องลงทุนเดินทางไปไกลถึงยุโรปก็สามารถสัมผัสบรรยากาศการแบบอังกฤษได้

ที่สำคัญ การเดินทางไปเขาค้อในวันนี้ยังสุดแสนจะสะดวกสบาย สามารถเดินทางได้ทั้งรถส่วนตัว ซึ่งใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง หรือนั่งเครื่องบินไปลงที่พิษณุโลกแล้วต่อรถมาที่เขาค้ออีกประมาณชั่งโมงเศษ หรือหากต้องการประหยัดก็สามารถนั่งรถทัวร์จากกรุงเทพฯไปลงหล่มสัก แล้วต่อรถมาที่เขาค้ออีกประมาณ 30 นาที เท่านั้น