Promotion / Package
คำถามยอดฮิต 16 ข้อ
จากงานท่องเที่ยวไทยครั้งที่ 18
เมื่อ 11 – 14 มีนาคม 2010

คำถามยอดฮิต 16 ข้อ จากงานท่องเที่ยวไทยครั้งที่ 18 เมื่อ 11 – 14 มีนาคม 2010

คำถามยอดฮิต เรื่องการไป The Bluesky @ เกาะพยาม
จากการไปออกงานท่องเที่ยวไทยครั้งที่ 18 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อ 11 – 14 มีนาคม 2010 ปรากฏว่ามีลูกค้าจำนวนมากมีความสนใจที่จะไปพักที่ The Bluesky @ เกาะพยาม แต่มีคำถามที่อยากจะทราบเพิ่มเติม ซึ่งผมขอสรุปคำถามยอดฮิตจากในงานนี้ เผื่อบางทีจะเป็นประโยชน์และช่วยทำให้ท่านที่สนใจจะไปได้ข้อมูลเพิ่มเติม

คำถามที่ 1 รีสอร์ทสวยจังอยู่ไหนหรือ ?
คำตอบ อยู่ที่จังหวัดระนอง บนเกาะพยาม (เดิมเกาะนี้ชื่อเกาะพยายาม สมัยก่อนการไปเกาะนี้ค่อนข้างลำบาก แต่ต่อมาเรียกให้สั้นลงเลยเรียกเป็นเกาะพยาม)
คำถามที่ 2 เกาะนี้ไปอย่างไรหรือ ?
คำตอบ เดินทางด้วยรถยนต์ประมาณ 8 ชั่วโมง (ระยะทางประมาณ 600 กิโลเมตร) พอถึงเมืองระนอง ต้องนั่งเรือไปเกาะพยาม ถ้านั่งเรือ Speed Boat จะใช้เวลา 40 นาที (แต่ถ้านั่งเรือเมล์จะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง) โดยส่วนตัวผมชอบนั่งเรือเมล์บนดาดฟ้า อากาศสบายๆ แล้วก็เห็นวิวสวยงามตลอดการเดินทาง 2 ชั่วโมง
คำถามที่ 3 ไปถึงบนเกาะแล้วมีอะไรให้ทำบ้าง ?
คำตอบ
  • ถ้าชอบพายเรือคายัค มีจุดพายเรือคายัคสวยๆ หลายจุด เช่น พายตอนน้ำขึ้นเข้าไปในป่าโกงกางข้างวิลล่าก็สนุกมาก (ถ้าเป็นลูกค้าพักรีสอร์ทในปีนี้จะให้ฟรี 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นคิดค่าบริการชั่วโมงละ 100 บาท)
  • ถ้าชอบจักรยานเสือภูเขา บนเกาะพยามไม่มีรถยนต์เลยสักคันเดียว แต่มีถนนคอนกรีตเล็กๆ รอบเกาะทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการขี่จักรยานเสือภูเขา (ถ้าเป็นลูกค้ารีสอร์ทในปีนี้จะให้ฟรี 1 ชั่วโมง หลังจากนั้น คิดค่าบริการชั่วโมงละ 50 บาท)
  • ถ้าชอบตกปลาดำน้ำดูปะการัง สามารถเช่าเหมาเรือหางยาวของชาวบ้าน หรือเช่าเรือ Speed Boat ของทางรีสอร์ท ไปเที่ยวรอบๆ เกาะที่มีจุดดำน้ำตกปลาอยู่หลายจุด (แต่ผมคิดว่าดำน้ำดูปะการังที่นี่ไม่สวยเหมือนที่กระบี่ ยกเว้นที่เกาะค้างคาวที่เดียวที่สวยไม่แพ้กระบี่) แต่ตกปลาที่นี่อาจจะดีที่สุดที่หนึ่งในประเทศไทย
  • ถ้าชอบเที่ยวหาดทรายสวยๆ สามารถเช่ามอเตอร์ไซด์ขับไปเที่ยวตามอ่าวต่างๆ บนเกาะ หรือใช้บริการรถกอล์ฟของทางรีสอร์ท พาไปที่อ่าวเขาควาย ซึ่งเป็นจุดที่มีทรายสีขาว และสวยที่สุดของเกาะพยาม (คิดค่าบริการคนละ 50 บาท ไปกลับ)
  • ถ้าชอบถ่ายรูป บรรยากาศรอบๆ รีสอร์ท เป็นจุดถ่ายรูปที่สวยมาก ลูกค้าทุกคนที่มาพักตั้งแต่เริ่มเปิดรีสอร์ทในเดือนธันวาคม 2009 ต่างแฮปปี้มากกับการถ่ายภาพที่สวยงามบริเวณที่พักของ The Bluesky @ เกาะพยาม
  • ถ้าชอบธรรมชาติ คุณจะไม่ผิดหวังเลยเมื่อมาที่นี่ นอกจากนกเหยี่ยว นกเงือก ปูก้ามดาบ ปูลม ที่หาได้ไม่ยากบนเกาะพยามแล้ว ที่ร้านอาหารของรีสอร์ทคือจุดที่สวยที่สุดจุดหนึ่งของเกาะพยาม จะได้เห็นพระจันทร์โผล่ขึ้นจากทะเล (โรแมนติกมาก) และเห็นดวงดาวเต็มท้องฟ้าในคืนเดือนมืดมีหนังสือท่องเที่ยวในต่างประเทศเขียนไว้ว่า “ถ้าอยากเห็นธรรมชาติที่สวยงามของสมุยเมื่อ 30 ปีที่แล้วต้องมาดูที่เกาะพยามวันนี้”
  • อื่นๆ อีกมากมายบนเกาะเช่น ชาวมอร์แกน (ยังพบได้บนเกาะพยาม) ต้นมะม่วงหิมพานต์ (เกาะพยามเป็นแหล่งผลิตที่ดีที่สุดในประเทศไทย) ลองมาสัมผัสดูสิครับ ผมเองมาที่เกาะพยามทุกเดือน ครั้งละ 5-10 วัน เกือบ 2 ปีแล้ว ยังไม่เบื่อเลยครับ
คำถามที่ 4 รวมๆ แล้ว ค่าใช้จ่ายในการเดือนทางมาเที่ยวเกาะพยาม เป็นเงินเท่าไร ?
คำตอบ
  • ค่าที่พัก (จะค่อนข้างถูก หากคุณซื้อคูปองในงานท่องเที่ยวไทย)
  • ค่าเดินทางมาระนอง (แนะนำอันดับที่ 1 = มาด้วยรถตู้ VIP, อันดับที่ 2 = รถทัวร์ VIP โชคอนันต์)
    • รถตู้ไป-กลับ = 2,000 บาทต่อคน (รวมค่าอาบน้ำแร่ + อาหารเช้าขามา)
    • รถทัวร์ไป-กลับ = 1,300 บาทต่อคน (ยังไม่รวมค่ารถไปท่าเรือเกาะพยาม)
  • ค่าเรือข้ามฟากไปเกาะพยาม
    • เรือ Speed Boat ไป = 350 บาท – กลับ = 350 บาท ทั้งหมด = 700 บาท
    • เรือเมล์ ไป = 150 บาท – กลับ = 150 บาท ทั้งหมด = 300 บาท
คำถามที่ 5 ควรพักกี่คืนจึงจะคุ้มที่สุด ?
คำตอบ
  • เนื่องจากค่าเดินทางไปเกาะพยามค่อนข้างสูงเมื่อเทียงกับค่าที่พัก บวกกับธรรมชาติบนเกาะค่อนข้างที่จะสวยงาม และสบาย ทำให้การพักอย่างน้อยต้อง 2-3 คืนจึงจะคุ้มค่าที่สุด
  • ลูกค้าบางรายเสียใจที่วางแผนพักเพียง 1 คืน ทำให้ต้องกลับมาซื้อคูปองและวางแผนกลับไปใหม่อีกครั้ง คราวนี้ตั้งใจว่าจะพักอย่างน้อย 3-4 คืน
คำถามที่ 6 การจองห้องพักด้วยคูปอง และการชำระเงินที่ง่ายที่สุดต้องทำอย่างไร ?
คำตอบ
  • ผมแนะนำให้ปรึกษากับคนที่จะไปด้วยว่าจะไปวันไหน
  • เมื่อทราบวันแล้ว ให้รีบโทรมาสอบถามว่าห้องพักว่างหรือไม่
    • โทรหาที่มือถือ คุณบี (081-4892881)
    • โทรหาที่มือถือ คุณนิตย์ (082-4577801)
    • โทรหาที่ออฟฟิศกรุงเทพ 02-6446365 (โอเปอเรเตอร์จะโอนให้คุยกับคุณนิตย์)
  • หากห้องพักว่าง ให้โอนเงินมัดจำ 50% ทันที
    • โปรดโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ (วิรัตน์ คุณารัตนอังกูร) ธนาคารกสิกรไทย สาขาอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เลขที่บัญชี 744-2-64066-6
    • โปรด FAX ใบโอนเพื่อยืนยันการชำระเงิน FAX เบอร์ 02-2475744 (อย่าลืมเขียนชื่อผู้จอง และเบอร์โทรกลับด้วยลายมือชัดๆ บนใบโอน กรณีที่ไม่มี FAX ให้ SCAN ส่ง e-mail : sales@theblueskyresort.com)
  • เงินส่วนที่เหลือจ่ายเป็นเงินสดในวัน Check-in
    • โปรดอย่าลืมนำคูปอง (1 ใบต่อ 1 ห้องพัก) ไปแสดงในวัน Check-in
    • โปรดเตรียมเงินสดให้เพียงพอ บนเกาะไม่มีไฟฟ้าทำให้ไม่มีตู้ ATM และไม่สามารถรับชำระด้วยบัตรเครดิต
  • โปรดโทรแจ้งยืนยันวันเดินทางล่วงหน้า เพื่อที่ทางรีสอร์ทจะได้จัดเตรียมรถกอล์ฟไปรับที่ท่าเรือ เมื่อท่านมาถึงเกาะพยาม
คำถามที่ 7 ตอนนี้มีห้องพักจำนวนกี่หลัง และ 1 หลังพักได้กี่คน เตียงเสริมคิดเพิ่มเท่าไร ?
คำตอบ
  • ขณะนี้ทางรีสอร์ทมีห้องพักจำนวน 5 หลัง (ทุกห้องตกแต่งภายในแบบเดียวกัน)
  • ทางรีสอร์ทจะเริ่มก่อสร้างเพิ่มอีก 10 หลัง คาดว่าจะสร้างเสร็จเดือนพฤศจิกายน 2010
  • ปกติห้องพัก 1 ห้องพักได้ 2 คน แต่สามารถทำเตรียงเสริมได้อีก 2 คน
  • ค่าเตียงเสริม
    • อายุน้อยกว่า 4 ขวบ = ฟรี (ไม่มีอาหารเช้า)
    • อายุ 4-11 ขวบ = 400 บาทต่อคน (รวมอาหารเช้า)
    • อายุ มากกว่า 11 ขวบ = 700 บาทต่อคน (รวมอาหารเช้า)
คำถามที่ 8 การเดินทางในช่วงหน้าฝนจะเจอมรสุมมั้ย และจะมีสึนามิมั้ย ?
คำตอบ เนื่องจากทางรีสอร์ทตั้งอยู่ที่ทิศตะวันออกของเกาะ หันหน้าหาประเทศไทย และห่างจากฝั่งประเทศไทยเพียง 35 กิโลเมตร ทำให้จะไม่มีโอกาสโดนสึนามิเลย และในช่วงหน้าฝนก็จะไม่มีโอกาสเจอคลื่นแรงๆ เหมือนรีสอร์ที่ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของเกาะ (บริเวณอ่าวใหญ่) ทำให้สามารถมาเที่ยว The Bluesky @ เกาะพยาม ได้ทั้งปี
คำถามที่ 9 เที่ยวทะเลช่วงหน้าฝนจะสวยมั้ย ?
คำตอบ
  • แน่นอนการเที่ยวเกาะพยามในเดือน พฤษภาคม – ตุลาคม (ช่วง Low) จะไม่สวยเหมือนช่วง High (พฤษจิกายน - เมษายน) เพราะทะเลอันดามันจะสีไม่ฟ้าสดในช่วง Low (แต่ที่พักก็ลดให้เยอะในหน้า Low)
  • แต่หน้าฝนของเกาะพยามก็จะสวยแบบหน้าฝน เนื่องจากหลังรีสอร์ทมีภูเขาลูกใหญ่สีเขียว และวิลล่าก็อยู่ท่ามกลางสีเขียวของป่าโกงกาง ทำให้มีความโรแรนติก และเย็นสบายไปอีกแบบเวลาฝนตก
  • และทางรีสอร์ทมีร้านอาหารขนาดใหญ่มาก (ขนาดเกือบ 400 ตารางเมตร) ตั้งอยู่กลางทะเล ทำให้มีมุมมองทะเลเกือบ 270 องศา ทำให้เวลาฝนตกจะมองเห็นสายฝน และเมฆที่สวยงามมาก
  • ผมเองมาที่เกาะพยามทุกเดือนตลอด 2 ปีที่ผ่านมา พบว่าทุกเดือนของเกาะพยามมีความสวย และเสน่ห์ของมันครับ
คำถามที่ 10 อาหารแพงมั้ย อร่อยมั้ย ?
คำตอบ
  • นโยบายของเจ้าของคือ นอกจากร้านอาหารขนาดใหญ่ที่ตกแต่งสวยงามแล้ว อาหารของทางรีสอร์ทค่อนข้างจะอร่อย และราคาไม่แพงเลย แพงสุดของเราคือ Steak (ที่อร่อยและขึ้นชื่อมาก) ก็เพียงจานละ 240 บาท ที่เหลือก็จานละประมาณ 100-150 บาท เท่านั้น
  • พ่อครัวของเรามาจากโรงแรม 5 ดาว ในภูเก็ต เขาหลัก และเกาะช้าง ทำให้ค่อนข้างมั่นใจเรื่องคุณภาพความอร่อย ทดลองมาทานดูสิครับ
  • ลูกค้าทุกรายที่เคยมาพักที่ The Bluesky @ เกาะพยาม จะเพลิดเพลินกับความอร่อย ความคุ้ม ความสบาย และทานกับเราทุกมื้อเลยครับ
คำถามที่ 11 จากรูปดูเหมือนวิลล่าอยู่ในป่าโกงกาง มีหาดทรายมั้ย น้ำลงเป็นเลนมั้ย ?
คำตอบ ผมโชคดีที่ได้ที่ดินแปลงพิเศษแปลงนี้ เนื่องจากมีแม่น้ำเล็กๆ ไหลลงมาจากเขาทางด้านซ้ายมือของที่ดิน ทำให้มีสภาพเป็นป่าโกงกาง แต่เมื่อน้ำลงกลับเป็นหาดทรายสีเหลือง และด้านหน้าของร้านอาหาร จะติดกับทะเลเกือบ 80 เมตร ทำให้มีหาดทรายให้ลงไปเล่นน้ำได้ (ทำให้ที่แปลงนี้มี 2 บรรยากาศ คือเป็นทั้งป่าโกงกาง และเป็นหาดทรายหน้าทะเล และยิ่งกว่านั้นยังมีความเป็นพิเศษเมื่อน้ำขึ้นจะได้บรรยากาศแบบ “มัลดีฟ เมืองไทย”)
คำถามที่ 12 เกาะพยามเป็นเกาะส่วนตัวมั้ย มีรีสอร์ทอื่นอีกมั้ย ?
คำตอบ
  • เกาะพยามมีขนาดประมาณเกาะเสม็ด ปัจจุบันมีรีสอร์ทอยู่ทั้งหมดประมาณ 30 รีสอร์ท แต่ส่วนใหญ่จะเป็นรีสอร์ทที่ชาวบ้านเป็นเจ้าของ และสร้างแบบง่ายๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวประเภทต่างชาติ Bag Packer
  • The Bluesky @ เกาะพยาม เป็นรีสอร์ทแรกที่ออกแบบโดย Designer และเน้นในเรื่องของความสวยงามและความสะดวกสบายเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพโดยเฉพาะ
คำถามที่ 13 แนะนำการเดินทางที่สะดวกที่สุดในการไปเกาะพยามอย่างไรบ้าง ?
คำตอบ

คำแนะนำเรียงตามลำดับดังนี้

  1. ไปกับรถตู้ VIP ของทางรีสอร์ท (สะดวกสบายและคุ้มค่า เพราะว่าจะได้อาบน้ำแร่ ทานอาหารเช้า และเที่ยวรอบบ่อน้ำร้อนในขาไป)
  2. นั่งรถทัวร์ VIP 24 หรือ 36 ที่นั่ง ของโชคอนันต์ (02-4357429) บวกกับติดต่อ TAXI รถรับไปส่งที่ท่าเรือ (พี่เจต 081-9589249)
  3. ขับรถไปเอง (ไม่อยากแนะนำ จะเหนื่อยไป บวกกับหากไม่คุ้นเส้นทางอาจหลง และไปไม่ทันเรือออกรอบบ่าย)
  4. นั่งเครื่องไปลงที่สุราษฎร์ธานี (ไม่อยากแนะนำ ต้องนั่งรถอีก 4 ชั่วโมงจากสุราษฎร์ธานี และมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก)
คำถามที่ 14 หากยังจะขับรถไปเอง มีที่จอดรถที่ท่าเรือมั้ย ปลอดภัยมั้ย ?
คำตอบ
  • ที่ท่าเรือเกาะพยามสามารถจอดรถได้ แต่ไม่แนะนำให้จอด เพราะว่าอาจถูกรถส่งของเฉี่ยวชนได้ จะไม่คุ้มความเสี่ยง
  • แนะนำฝากรถที่จุดรับฝากจอดรถ ข้างท่าเรือ ชื่อ STAR CRAPE คิดค่าจอดรถ 60 บาทต่อวัน (แต่ต้องฝากกุญแจรถไว้กับเขา เพื่อใช้ถอยเวลามีรถข้างในจะออก)
  • อีกหนึ่งวิธีคือไปฝากจอดที่สถานีตำรวจปากน้ำ หน้าท่าเรือ (แต่ต้องเดินไกลหน่อยนะ ประมาณ 5-10 นาที)
คำถามที่ 15 ลูกค้าที่เคยมาเที่ยว The Bluesky @ เกาะพยาม ประทับใจอะไรกลับไปบ้าง ?
คำตอบ

จากการสอบถามพบว่ามีความประทับใจดังนี้

  1. ธรรมชาติที่สวยงาม และเงียบสงบของเกาะพยาม
  2. ร้านอาหารที่ตั้งอยู่กลางทะเล ทำให้เห็นวิวที่สวยงามทั้งวัน
  3. ห้องพักที่สวยงาม และสะดวกสบาย
  4. อาหารที่อร่อยมาก และราคาไม่แพง
  5. บริการที่เป็นกันเองมากๆ ของพนักงาน Bluesky
  6. ชีวิตที่สบายๆ ช้าๆ ของเกาะพยาม
คำถามที่ 16 ถ้าอยากเห็นภาพวิลล่าในน้ำ (Maldives เมืองไทย) แบบภาพในโพสการ์ด จะต้องไปวันไหน ?
คำตอบ
  • ทุกวันที่เกาะพยามจะมีน้ำขึ้น 2 ครั้ง ครั้งแรกตอนเช้าประมาณ 10-12 น. และครั้งที่ 2 ตอน 22-24 น.
  • แต่น้ำจะขึ้นสูงสุดในวันพระจันทร์เต็มดวง (ขึ้น 15 ค่ำ, แรม 1 ค่ำ, แรม 2 ค่ำ, แรม 3 ค่ำ, แรม 4 ค่ำ) ประมาณ 5 วัน
  • และจะขึ้นสูงอีกครั้งในวันไม่มีพระจันทร์ (แรม 15 ค่ำ, ขึ้น 1 ค่ำ, ขึ้น 2 ค่ำ, ขึ้น 3 ค่ำ, ขึ้น 4 ค่ำ) อีกประมาณ 5 วัน
  • ผมแนะนำว่าอย่างน้อยน่าจะหาโอกาสมาเกาะพยาม 2 ครั้ง
    • ครั้งแรกมาดูความโรแมนติกของพระจันทร์โผล่ขึ้นจากน้ำทะเลในวัน Full Moon
    • ครั้งที่ 2 มาดูดาวเต็มท้องฟ้าในคืนไม่มีพระจันทร์ (Black Moon)