ตัว น้อย กะ ตัว โต

ตัว น้อย กะ ตัว โต : พาโชว์ที่เที่ยว ตอน เกาะพยามฟ้าใส ใส @ THE BLUE SKY RESORT
Post Date: 9 Jul 2010

เนื่องด้วยกระทู้แรกด๋อยไปแล้วงั๊บ... ต้อนรับ สมาชิกรีวิวหน้าใหม่ -*-

เริ่มใหม่ๆ

ก่อนอื่นต้องขอสวัสดี เพื่อนๆชาว BP ทุกคน เนื่องจากเป็นผู้แอบแฝงอยู่ในบ้าน BP มานาน
วันนี้ฤกษ์ดีได้โอกาสเปิดตัว พร้อมกับมาเชิญชวนทุกท่าน ไปเที่ยวๆพร้อมๆกันกับเรา

เจ้าของล็อกอินนี้ ไม่สามารถระบุเพศได้ชัดเจน บางทีอาจะตอบ ครับ หรือ ค่ะ ท่านผู้อ่านโปรดอย่า สงสัย

กว่าจะมาเปิดตัวได้ ก็ต้องใช้ความกล้าหน้าหนาขนานใหญ่ ตามประสา หน้าไม่ให้ แต่ใจรัก -*-

เราอาจจะยังรีวิวไม่เก่งเท่าไหร่ แต่เราก็ขออยู่ในใจทุกท่านตลอดไป ก็พอ... ฮิ้ววววว

และต้องขอแนะนำตัว นักแสดงหน้าประหลาด ตัวน้อย กะ ตัวโต วันนี้เราพามาโชว์ที่เที่ยว....

แท่น แทน แท๊นนนน

ขอเชิญทุกท่านก้าวเข้าสู่ เกาะสวรรค์ของเรา...

ถึงแว้วววว  The Blue sky Resort

พอเดินเข้ามาปุ๊บ

จะเจอ Lobby น่ารักๆแบบนี้...

มาถึงก็มี Welcome drink เป็นน้ำกีวี อร่อยชื่นใจสุดๆ

พอมาถึงปุ๊บ ฝนตก ใจเริ่มสั่น ทำไงดีเรา เข้าห้องก่อนดีกว่า

พอเดินออก จาก lobby จะเจอป้ายบอกทางเก๋ๆ แบบนี้..

เดินผ่านสนามหญ้าเข้าไปจะเจอประตู เขียนแบ่งฝั่งไว้ มี L กับ R ห้องที่สวยๆ จะอยู่ฝั่ง R ที่ประตูจะมีป้าย Privacy Please แล้วมันก็ส่วนตัวมากจริงๆ มีแต่แขกเท่านั้นที่เข้าไปได้

เดินผ่านประตูเข้ามาตามทางสะพานไม้

พบกับเจ้านี่ระหว่างทางเดินไปที่ห้อง ไหนสาวๆ มาแช๊ะ กันหน่อย...

ถึงหน้าห้องจะพบเจ้ากระต่ายตัวนี้ โผล่หัวมาทักทาย

ดูดีๆ อ้อ เจ้านี่กำลังนอนอยู่บนเตียง สงสัยจะแปลว่าห้ามรบกวน

เปิดมาอีกด้านเขียนว่า Clean อ่อออ เข้าใจละ...

เข้ามาในห้องน้ำ ในห้องน้ำไม่มีน้ำอุ่น ถ้าอาบน้ำตอนกลางคืนก็อาจจะได้ยินเสียงโหยหวน ออกมาจากห้องน้ำ ( น้ำมันเย็นมว๊ากกกก จนต้องอาบไปเต้นไป ร้องไป )

ห้องนอนนี้ เตีองนอน นอนหลับสบายมากนุ่มมากๆๆ

ในห้องนอนจะมีแอร์ แต่จะมีช่วงพักแอร์ประมาณ  9 โมง เช้า ถึง 4 โมงเย็น   แต่ในห้องก็จะมีพัดลมไอน้ำให้เปิดได้ตลอดเวลา แต่เราว่าเปิดหน้าต่างรอบห้องอากาศก็เย็นแล้ว

ระเบียง  ถ้าฝั่ง R จะมีระเบียง 2 ฝั่ง ฝั่งแรกติดกับป่าโกงกาง มีเก้าอี้ในห้องยาวๆ พร้อมหน้าต่างที่เปิดได้ทุกบานให้เราสัมผัสกับธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด

อีกฝั่งนึง จะมีเก้าอี้นั่ง เจ้าของรีสอร์ทบอกว่าเวลา น้ำขึ้นสูงๆเรานั่งบนระเบียง เอาขาลงไปแช่น้ำได้เลยล่ะ ..

ไหนขอสาวๆ มาเป็น นางแบบซักรูปซิ คิคิ

พอฝนหายตกก็ออกมานั่งเล่นที่ห้องอาหารของรีสอร์ท อันนี้จะอยู่ติดกับ Lobby เลย

ที่ทานอาหารที่นี่สบายมากๆ กลุ่มเราออกมานั่ง + นอนเล่นที่นี่ เกือบทั้งวัน ไม่ร้อน ติดทะเล นั่งนอนกันได้อย่างสบายใจ มีพัดลมไอน้ำตัวใหญ่ๆ  มีเก้าอี้แบบนี้ให้นอนเล่นด้วย เป็นที่โปรดปรานของบรรดาเหล่ามาดาม...

พามาดูห้องน้ำส่วนกลาง ตรงห้องอาหาร

ข้างในเป็นแบบนี้

เข้าสู่วันที่สอง (อย่างรวดเร็ว)

วันนี้ตื่นเช้ามากๆ รีบออกไปสูดอากาศยามเช้า เจอสะพานเปียกๆ แบบนี้ แสดงว่าเมื่อคืนฝนตกทั้งคืนแน่เลย..

เช้าๆแบบนี้มาโพสท่าถ่ายรูปกันหน่อยดีกว่า..

ยอมซะที่ไหน ขอบ้าง กินกันไม่ลง

ออก มานั่งทานอาหารเช้ากันริมทะเล อาหารเช้าที่นี่เริ่มบริการตั้งแต่ 7 โมงครึ่ง ถึง 10 โมง

อาหารที่นี่ จะเป็นอาหารชุด เราเลือก ABF มี ชา กาแฟ โกโก้ โอวัลติน ให้เลือก  พร้อมกับน้ำส้ม ตามมาด้วย

สมาชิกอีกท่านเลือก ไข่ยัดไส้ แฮม อร่อยดีเหมือนกัน

โปรแกรมเช้านี้เราจะไปขี่จักรยานเล่นกัน  เห็นจักรยานจอดไว้ทั้งหมด 4 คัน เราจะไปที่วัด เมื่อวานตอนนั่งเรือมา เห็นโบสถ์กลางน้ำแว้บๆ ถามเจ้าของรีสอร์ทบอกว่าไม่ไกล ว่าแล้วก็ไปกันเลย...

ระหว่างทางก็เหลือบไปเห็นทะเลสวยๆ

ปั่นจักรยานมาไม่ไกลเท่าไหร่

ถึงแล้ว

โบสถ์กลางน้ำ...

แล้วก็ปั่นกลับมา วันนี้ที่รีสอร์ทบอกว่าน้ำจะขึ้นเต็มที่ตอน บ่ายโมง – บ่ายสอง ให้เราไปพายเรือคายัคเล่นกันช่วงนั้น  เราเลยหันไปเจอลูกบอล ลูกวอลเล่ เลยหยิบกันมาหวดคนละสองที แล้วเลิอกเพราะเจ็บมือ T T

ซักพัก ก็เข้าไปเปลี่ยนชุด
(ที่รีสอร์ทให้ใช้จักรยาน เรือคายัคฟรี มีเสื้อชูชีพให้)

พร้อมมั๊ยๆ

ตัวน้อยพร้อมแล้วนะคั๊บ...

ไปพายเรือคายัคกัน เราจะพายเข้าไปในป่าโกงกาง ออกทางทะเลแล้วพายไปตามร่องน้ำนี้

วันนี้น้ำขึ้นมาสุดแค่นี้ ...

เจ้าของรีสอร์ทบอกว่าช่วงนี้เป็นช่วงน้ำตาย คือน้ำจะขึ้นมาเท่านี้ ถ้าเป็นช่วงเดือน กุมภา – มีนา น้ำจะขึ้นสูงมาก และจะใสมากๆ

ไปกันเต๊อะ...

พายรอดสะพานเข้าไป ซ้ายมือ ก็จะเป็นห้องพักของบ้าน โซนฝั่ง R ขวามือก็จะเป็นป่าโกงกาง สวยมากๆ ช่วงนี้น้ำไม่ได้ใสมากเพราะเป็นหน้ามรสุม แต่เราก็คิดว่ามันก็ยังใสอยู่ดี

พอดีกว่า  เหนื่อยมาก แต่วิวสวยมากๆ จริงๆแล้วน้ำก็ใส ตอนแรกคิดว่าจะกระโดดจากห้องไปเล่นน้ำ แต่ว่า พายเรือไป เห็นเค้ากำลังก่อสร้างห้องเพิ่มอยู่ เลยคิดว่ามันน่าจะมีเศษปูนอะไรตกลงไป เลยไปเล่นน้ำทะเลแทนดีกว่า
พายกันได้ 2 รอบ ก็ต้องขอลา

เสร็จแล้วก็กลับไปนอน จนถึง 5 โมง ก็เตรียมตัวไปอ่าวเขาควาย ทางรีสอร์ทจะนำรถกอล์ฟไปส่ง ตอนเราไป เราไม่เสียเงิน แต่ว่า ไม่แน่ใจว่าจริงๆแล้วเค้าคิดเงินรึเปล่า (เหมือนเคยได้ยินว่าค่าบริการ 300)  ถึงแล้วววว อ่าวเขาควาย

ที่นี่ยังสมบูรณ์มากๆ เค้าว่าเป็น หาดที่สวดที่สุดบนเกาะนี้ ทรายละเอียดมากๆ ขาว  ตอนไปน้ำไม่ค่อยใสมากเพราะเป็นช่วงมรสุม แต่ ก็ยังน่าเล่นอยู่ดี เดินไปซักหน่อยจะเจอหินทะลุ

ปู ปู ปู

ตัวน้อยบอก ขอปิดหน้าได้ไหม ไม่ทันละล่ะยาใจ

ใส ใส ไป ไม่ต้องแคร์ ฮิ้วววว

ที่นี่ เจอทั้งปูลม ปูเสฉวนเต็มไปหมด ยังอุดอสมบูรณ์มากๆ

จัด ใส ใส ไปอีก 1 ชุด...

ตั้งใจ อยู่ดูพระอาทิตย์ตกที่ชายหาด..

รอแล้วรอเล่า ไม่ตกซักที พนักงานรีสอร์ทก็มารับแล้ว เลยต้องขอลา แม้ไม่ได้เห็นพระอาทิตย์อัสดง แต่ได้เห็นน้ำทะเลใสๆ คลื่นกระทบหินสวยๆ ชายหาดที่เงียบสงบแบบนี้ ก็สุขใจแล้ว..

ซักประมาณ  6 โมงครึ่ง ทางรีสอร์ทก็มารับกลับ  ก่อนเข้ารีสอร์ทเจอเจ้านี่ระหว่างทาง รุ้งกินน้ำ เห็นอยู่นิดเดียว โดนเมฆบังไปหมดแล้ว

ช่วงเวลา 3 วัน 2 คืน ณ ที่แห่งนี้ THE BLUE SKY RESORT รู้สึกประทับใจไปซะทุกอย่าง

ขอกราบลางามๆ ที่ร่วมติดตามความประทับใจเหล่านี้ ไปพร้อมๆกันกับเรา

มาสรุปกันหน่อย ส่วนค่าใช้จ่ายทริปนี้จะตามมาแจ้งอีกทีดึกๆ เพราะเพราะไว้ที่บ้านคั๊บ

สำหรับเรื่องที่พัก เนื่องด้วยช่วงที่เราไปเป็นหน้ามรสุม น้ำไม่ขึ้นมาถึงใต้ถุนบ้าน เสียดายที่ไม่ได้เห็น  แต่ก็ชอบอยู่ดี ห้องนอนสามารถเปิดโล่งกว้าง รับอากาศบริสุทธิ์ได้ทุกทาง โซนห้องพัก เงียบสงบมากๆ เป็นส่วนตัวจริงๆ ผู้คนไม่พลุกพล่าน เหมาะแก่การไปพักผ่อนสุดๆ

อาหาร
ทุกอย่างที่ที่เป็นอาหารแนะนำของโรงแรม เราลองกันเกือบทุกอย่าง อร่อยมากๆ จริงๆ ให้คะแนน เต็ม 10 เลย เสียดายที่ไม่ได้ลอง Steak เพราะสั่งเป็นกับข้าวมาทานกัน มีเมนูนึง เป็นปลา ปลากระพงราดน้ำมะขาม อร่อยมากๆ ทานแล้วรู้สึกอยากซื้อกลับมาทานต่อที่บ้าน 555 อาหารที่นี่ราคามารตรฐานเหมือนโรงแรมทั่วไป แต่ว่าปริมาณต่างกัน  คือทานจานเดียวแล้วอิ่ม ไม่น้อย และไม่เยอะจนเกินไป

การบริการ
พนักงานที่นี่น่ารักมาก ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี คุณน้าเจ้าของรีสอร์ทก็น่ารักมาก มาคุยกันย่างเป็นกันเอง ทุกคนในรีสอร์ทอัธยาศัยดีมากๆ

บรรยากาศโดยรอบ
ณ เวลานี้ เกาะพยายาม เป็นที่สงบ เหมาะแก่การไปพักผ่อนอย่างแท้จริง ธรรมชาติทุกอย่างบนเกาะนั้น ยังอุดมสมบูรณ์อยู่มาก

ก่อนหน้านี้ อาจเป็นความคิดเหมือนว่าจะเห็นแก่ตัว ไม่อยากรีวิวให้ใครได้รู้ถึงความสวยงาม เพราะกลัวที่เที่ยวสวยๆ สงบๆแบบนี้ วันนึง จะไม่มีอีกต่อไป... แต่อีกใจ ก็คิดว่า ทำไมล่ะ นี่ก็ประเทศไทย ถ้าไม่สนับสนุนการท่องเที่ยวประเทศไทย แล้วใครจะมาทำ...

เดี๋ยวขอมาสรุปค่าใช้จ่ายของทริปนี้นะคะ ทุกอย่างในนี้หาร 4 ค่ะ

เติม Gas ไป 1130 บาท (ขาไป 590 ขากลับ 540 )

ค่าทางด่วน 90 บาท (ไป-กลับ)

ค่าน้ำมัน 800 บาท ( อันนี้พอเข้าเมืองระนองหาปั๊ม Gas ไม่เจอเลยค่ะ ถ้าเพื่อนๆคนไหนขับรถไป ต้องรีบเติม Gas ก่อนเข้าเมืองระนองนะคะ)

อาหารเช้า (โจ๊ก + น้ำ)  135  บาท

บัตรเข้าบ่อน้ำร้อนพรรั้ง  80  บาท ( คนละ 20 )

โรตี + แกงมัสมั่น 179  บาท

ก๋วยเตี๋ยวนายกวง ลูกชิ้นปลา  170  บาท

ค่าเรือ 1200  บาท (เที่ยวละ 150 บาท/คน)

ค่าอาหารเย็นวันแรก 845  บาท (อันนี้สั่งกับข้าวประมาณ 4 อย่าง ข้าวเปล่า 2 โถ และน้ำค่ะ)

อาหารเที่ยง วันที่สอง 400  บาท ( เป็นอาหารจานเดียว + น้ำ )

อาหารเย็นวันที่สอง 1700 บาท (มื้อนี้เราสั่งของสด ปู 1 โล แล้วก็ กุ้ง ครึ่งโล มาทานกัน และสั่งกับข้าวเพิ่มอีก 3 อย่าง เลยค่อนข้างจ่ายเยอะค่ะ)

ค่าจอดรถ 100 บาท

อาหารมื้อสุดท้าย แวะที่ OX ปราณบุรี 950 บาท

ค่าห้องพัก 12,800 บาท ( ห้องพักคืนละ 3200/ห้อง พัก 2 ห้อง 2 คืน)

ทั้งหมดเป็นจำนวนเงิน 20,579 บาท หาร 4 คนจะตกคนละประมาณ 5,145 บาท ค่ะ

ทริปนี้หนักทางอาหารมากๆ ค่ะ อาหารที่รีสอร์ทไม่ได้แพงนะคะ เพียงแต่คุณผู้ชายทั้งสองคน ทานเก่งและชอบทานมากๆ เลยค่อนข้างหนักค่ะ


หวังว่ารีวิวนี้จะพอเป็นประโยชน์ให้กับเพื่อนๆได้บ้าง อย่างที่บอกไปนี่เป็นรีวิวแรก หากมีอะไรผิดพลาดไป เราทั้งสองคนต้องขออภัยด้วยนะคะ และจะนำไปปรับปรุงไว้ใช้ในครั้งต่อไป ขอบคุณมากๆค่ะ